วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

เห็ดหลินจือกับโรคภูมิแพ้





โรคภูมิแพ้หรือโรคแพ้ (Allergy) หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติ ต่อสิ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ (Allergen) ซึ่งธรรมชาติสารเหล่านี้ อาจไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้กับคนปกติทั่วไป โรคภูมิแพ้เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย เด็กอายุ 5 ถึง 15 ปี มักพบว่ามีอาการภูมิแพ้มากกว่าช่วงวัยอื่นๆ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่โรคแสดงออก หลังจากได้รับ "สิ่งกระตุ้น" มานานเพียงพอ หรือบางคนอาจเริ่มเป็นโรคภูมิแพ้ตอนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

สารที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ในร่างกายที่สำคัญ มีชื่อเรียกว่า "ฮีสตามีน" ฮีสตามีนก่อให้เกิดผลหลายประการอันสืบเนื่องมาจากปฏิกิริยาอักเสบ และปฏิกิริยาภูมิไวเกิน ได้แก่
  1. หลอดเลือดขยายตัว
  2. บวม
  3. เพิ่มการซึมผ่านผนังหลอดเลือด โดยทำให้สารน้ำรั่วออกจากหลอดเลือด เข่ไปอยู่ในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการของปฏิกิริยาภูมิแพ้ เช่น อาการน้ำมูกไหล และน้ำตาไหล
  4. กล้ามเนื้อเรียบหดตัว
  5. อาการคัน
โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาจพบว่าในครอบครัวนั้นมีสมาชิกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หลายคน

ตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) หรือสิ่งกระตุ้น ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง ทางตา ทางหู ทางจมูก หรือโดยการฉีด หรือถูกกัดต่อยผ่านผิวหนัง ตัวการที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มีอยู่รอบตัว สามารถกระตุ้นอวัยวะต่างๆ จนก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น อวัยวะที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ทางลมหายใจ ถ้าสิ่งกระตุ้นผ่านเข้ามาทางลมหายใจ ตั้งแต่รูจมูกลงไปยังปอด ก็จะทำให้เป็นหวัด คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คันคอ เจ็บคอ ไอ มีเสมหะ เสียงแหบแห้ง และลงไปยังหลอดลม ทำให้หลอดลมตีบตัน เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ทางผิวหนังก็เช่นกัน ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางผิวหนัง จะทำให้เกิดผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย

ภูมิแพ้ทางเดินอาหาร ถ้าสิ่งกระตุ้นเขามาทางอาหาร จะทำให้ท้องเสีย อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด เสียไข่ขาวในเลือด อาจทำให้เกิดอาการทางระบบอื่นๆได้ เช่น ลมพิษ หน้าตาบวม ภูมิแพ้ทางตา ถ้ามีสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางตา ก็จะทำให้เกิดอาการแสบตา หนังตาบวม คันตา น้ำตาไหล เป็นต้น

สารก่อภูมิแพ้ซึ่งเป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ ที่มักพบบ่อยๆ ได้แก่ ฝุ่นบ้าน ตัวไรฝุ่นบ้าน มักปะปนอยู่ในฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 มม. มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือเชื้อราที่มักปะปนอยู่ในอากาศ ตามห้องที่มีลักษณะอับชื้น

อาหารบางอย่างจะเป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกอาหารทะเล บางคนที่มีอาการแพ้ก็จะไม่สามารถรับประทานอาหารทะเลได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา อาหารอีกจำพวกที่พบได้บ่อย คือ แมงดาทะเล ปลาหมึก อาจทำให้เกิดลมพิษผื่นคันได้ บางคนที่อาจมีอาการแพ้ไข่แมงดาทะเลอย่างรุนแรง ก็อาจทำให้มีอาการบวมตามตัว หายใจติดขัด เป็นต้น

อาหารที่เป็นตัวการของภูมิแพ้อีกชนิด คือ อาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักกาดดอง เต้าเจี้ยว น้ำปลา เป็นต้น บางคนอาจมีอาการแพ้เห็ด ซึ่งจัดว่าเป็นราขนาดใหญ่ บางคนแพ้ไข่ขาว อาจทำให้เกิดอาการคันบนใบหน้าได้ นอกจากนั้นยังมียาที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อยๆ ซึ่งได้แก่ ยาปฏิชีวนะจำพวก เพนนิซิลลิน เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีพวกยาลดไข้แก้ปวด พวกแอสไพริน ยาระงับปวดข้อปวดกระดูก อาจทำให้เกิดลมพิษผื่นคัน จองผิวหน้าพวกเซรุ่มหรือวัคซีนป้องกันโรค โดยเฉพาะวัคซีนสกัดจากเลือดม้า เช่น เซรุ่มต้านพิษงู แพ้พิษสุนัขบ้า เป็นต้น

แมลงต่างๆ ที่มักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ก็เป็นที่มาของอาการภูมิแพ้ เช่น แมลงสาบ แมงมุม มด ยุง ปลวก และแมลงที่อาศัยอยู่นอกบ้าน เช่น ผึ้ง แตน ต่อ มดนานาชนิด เป็นต้น หรือจะเป็นจำพวกเกสรดอกหญ้า ดอกไม้ ตอกข้าว วัชพืช สิ่งเหล่านี้มักปลิวอยู่ในอากาศตามกระแสลม ซึ่งสามารถพัดลอยไปได้ไกลๆ ลอยอยู่ในอากาศ และง่ายต่อการสูดดมเข้าไป

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ คือ ขนสัตว์เลี้ยง เป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ เช่น ขนแมว ขนสุนัข ขนนก ขนเป็ด ขนกระต่าย ขนไก่ที่ตากแห้งใช้ยัดที่นอน และหมอนสำหรับหนุน ฟองน้พ ยางพารา ใยมะพร้าว เมื่อใช้ไปนานก็จะสามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือกับโรคภูมิแพ้
การรักษาภูมิแพ้นั้นต้องยับยั้งไม่ให้ร่างกายผลิตสารฮีสตามีน (Histsmine) ออกมา อาการแพ้ก็จะไม่ปรากฎ โดยสารในเห็ดหลินจือที่สามารถยับยั้งการผลิตฮิสตามีนได้ คือ สารโพลีแซ็กคาไรด์ และสารไตรเทอร์ปินอยด์เป็นสารที่มีรสขม ส่วนใหญ่อยู่ที่ดอกและก้าน มีกรดกาโนเดริกออกฤทธิ์ยับยั้งของสารฮีสตามีน ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ นอกจากนั้นยังมีกรดไขมันโอเลอิก และไซโคลอ๊อกตาซัลเฟอร์ในเห็ดหลินจือ ยังช่วยต้านการหลั่งของฮีสตามีน ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ เมื่อร่างกายไม่มีการผลิตฮิสตามีน หรือมีการผลิตน้อยลง อาการภูมิแพ้ก็จะทุเลาลงด้วยเช่นกัน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น