วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

เห็ดหลินจือกับโรคตับ





โรคตับ

โรคตับ เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีอันตรายต่อร่างกายและชีวิต จึงควรให้ความใส่ใจ และระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะโรคตับเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง โดยเป็นภาวะที่มีการอักเสบและทำลายเซลล์ตับ ส่งผลใ้การทำงานของตับผิดปกติ เราจะกล่าวถึงโรคตับอักเสบชนิดเฉียบพลันที่พบบ่อย คือ โรคไวรัสตับอักเสบเอ และโรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคตับที่เป็นไม่นานก็สามารถหายสู่ปกติได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการประมาณ 2-3 สัปดาห์ และมักจะไม่เกิน 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายขาด แต่มีบางรายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายรุนแรงถึงกับเสียชีวิต

โรคไวรัสตับอักเสบเอ

โรคตับอักเสบเอ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งติดต่อมาจาการรับประทานอาหาร หรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อนี้ การสัมผัสอุจจาระของผู้ป่วย ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ การรับประทานอาหารปรุงสุกๆดิบๆและไม่สะอาด ทั้งนี้เชื้อไวรัสนี้จะออกมากับอุจจาระของผู้ป่วย ตั้งแต่ในระยะ 2 สัปดาห์ และเชื้อไวรัสนี้ยังสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน ในสภาพแวดล้อมทั่วไป เรามักจะพบการระบาดของโรคชนิดนี้ ในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น หอพัก โรงเรียน ค่ายทหาร เป็นต้น

หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 4 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดท้องด้านชายโครงขวา ซึ่งในผู้ใหญ่จะมีอาการหนักกว่าเด็ก

นอกจากนั้นยังมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง และสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย จะมีภาวะเสี่ยงที่จะติดเชื้อค่อนข้างสูง

โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี เกิดจาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี พบบอ่ยในช่วงอายุ 20-45 ปี และสามารถพบเชื้อนี้ได้จากเลือด และสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี เช่น น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด นำ้ลาย ดังนั้นแล้วคุณอาจจะติดเชื้อได้หลายทาง เช่น ทางเพศสัมพันธ์ จากแม่สู่ลูกระหว่างคลอดบุตร การสัมผัสเลือดที่มีเชื้อจากการให้เลือด และจากบาดแผลที่โดนของมีคม เช่นการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การฝังเข็ม การสัก การเจาะหูที่ไม่สะอาด และการใช้มีดโกนร่วมกัน หรือไม่สะอาด

สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ อาจปวดท้องบริเวณชายโครงขวา ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มผิดปกติ เหล่านี้จะเป็นอาการขั้นแรกๆ และบางรายอาจจะมีอาการปวดตามบริเวณข้อ จากนั้นอาการไข้จะเริ่มหายไป และผู้ป่วยจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง นชยากน้อยต่างกันไป ต่อมาอาการตาเหลือง ตัวเหลือง จะค่อยๆหายไป เริ่มกลับมารับประทานอาหารได้มากขึ้นและเริ่มฟื้นตัว โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการประมาณ 2-3 เดือน

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือกับโรคตับ

ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก หน้าที่ที่สำคัญ คือ เป็นแหล่งเก็บพลังงาน และเป็นด่านแรกที่ทำลายสารพิษที่ร่างกายได้รับจากอาหารหรือยาที่รับประทาน เห็ดหลินจือบำรุงเซลล์ตับ ไม่เป็นพิษต่อตับ ช่วยลดความเสี่ยงของร่างกาย หรือตับจากไวรัสตับอักเสบจนถึงมะเร็งตับ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพลัง เพราะตับสามารถเก็บพลังงาน ในรูปของไกลโคเจน (Glycogen) ได้มากขึ้น เมื่อปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดลดลง หรือร่างกายขาดสารอาหาร ตับจะเปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคส ซึ่งเป็นนำ้ตาลที่มีอยู่ในอาหารทั่วไป พบมากในผักและผลไม้สุก เป็นน้ำตาลที่สลายให้พลังงาน มากที่สุดในสิ่งมีชีวิต ซึ่งในการเปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคสนั้น ด็เพื่อให้พลังงานแก่ร่างกายนั่นเอง

เห็ดหลินจือ ช่วยบำรุงตับ ฟื้นฟูการทำงานของตับ กระตุ้นการเกิดเซลล์ที่ตายไป และเห็ดหลินจือช่วยปรับภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ทำงานผิดเพี้ยน และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง รวมไปถึงเห็ดหลินจือ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ดี สามารถขจัดสารอนุมูลอิสระ เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติที่ช่วยรักษาโรคตับแข็งได้ ก็เพราะเห็ดหลินจือช่วยทำให้ใยแผลเป็นที่ตับคลายตัว ไม่รัดเส้นเลือดและเนื้อเยื่อที่ตับ มีการศึกษาพบว่าภายในเห็ดหลินจือ มีสารสำคัญทางยาที่ใช้รักษาโรคตับ คือ สารโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharides)

มีสรรพคุณทางยาในการปรับปรุงการทำงานของตับ ปกป้องตับจากสารพิษ โดยแสดงฤทธิ์ยับยั้งสารพิษไม่ให้ทำลายเซลล์ตับ รวมถึงช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น

นอกจากนั้นกลุ่ม สารไตรเทอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ในเห็ดหลินจือ มีฤทธิ์การปกป้อง บำรุง และรักษาโรคไต ประกอบด้วย กรดกาโนเดอริก (Ganoderic acid) และ กรดลูซิเดนิก (Lucidenic acid) พบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านสารพิษที่มีต่อตับ และยับยั้งดารเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในตับ ได้กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว

รวมถึง สารออแกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) ในเห็ดหลินจือ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยรักษามะเร็งที่ตับได้ กลุ่มสารที่กล่าวมาล้วนเป็นตัวรักษาที่ดีทีเดียว เช่นเดียวกับตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง ดังที่หมอจีนโบราณนั้น พูดเป็น้สียงเดียวกันว่า หลินจือ เป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นในการ บำรุงตับ เมื่อบำรุงตับให้แข็งแรงแล้ว ย่อมแน่นอนว่าอาการที่ตับ จะฟื้นตัวและมีโอกาสหายเป็นปกติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น