วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

เห็ดหลินจือกับโรคเอสแอลอี (SLE)





โรค SLE (Systemic Lupus Erythematosus) หรือโรคลูปัส หมายถึงโรคที่มีการอักเสบของอวัยวะต่างๆ เนื่องมาจากภูมิคุ้มกันของตัวเองมากเกินปกติ ภูมิต้านทานในร่างกาย (antibody) เกิดการเปลี่ยนแปลงไป ปกติแอนติบอดีจะมีหน้าที่คอยจับ และทำลายสิ่งที่แปลกปลอมหรือเชื้อโรคจากภายนอกร่างกาย ทำให้เกิดอาการและอาการเกือบทุกระบบของร่างกาย โรคจะกำเริบและทุเลาลงสลับกันไป ในปัจจุบันโรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการของโรคให้สงบทุเลาลงได้ และดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หากรักษาได้ทันท่วงที



โดยสาเหตุที่แท้จริงนั้นยังไม่ทราบแน่นอน เชื่อว่ามีปัจจัยอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดโรคได้ดังนี้

1.พันธุกรรม พบว่าในแฝดจากไข่ใบเดียวกันมีโอกาสเกิดโรคนี้ ถึงร้อยละ 30-50 และร้อยละ 7-12 ของผู้ป่วย SLE เป็นญาติพี่น้องกัน เช่น แม่และลูกสาว หรือในหมู่พี่น้องผู้หญิงด้วยกัน

2.ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถค้นพบเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคนี้ได้

3.ฮอร์โมนเพศโดยเฉพาะเอสโตรเจน โรคที่พบมากในสตรีวัยเจริญพันธุ์ บ่งชี้ว่าน่าจะมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศ นอกจากนี้ความรุนแรงของโรคยังแปรเปลียนไปตามการมีครรภ์ การมีประจำเดือน และการใช้ยาคุมกำเนิด

4.แสงแดดและสารเคมี ยาบางอย่างเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมโรคแสดงอาการของโรคนี้ได้



อาการทั่วๆไปของโรค SLE คือ จะพบอาการของไข้ ร้อยละ 40-85 มักจะเป็นไข้ต่ำๆ และหาสาเหตุไม่ได้ นอกจากนี้จะมีอาการอื่นๆร่วมอยู่ด้วย

-อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด เป็นอาการที่พบไๆด้บ่อยในขณะโรคกำเริบ

-อาการทางผิวหนังและเยื่อบุช่องปากในระยะเฉียบพลัน ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ผื่นรูปปีกผีเสื้อ ลักษณะเป็นผื่นบวมแดงนูน บริเวณโหนกแก้มและสันจมูก ผื่นจะเป็นมากขึ้นเมื่อถูกแสงแดด อาการทางผิวหนังอีกอย่างหนึ่งของโรคนี้ คือ ปลายเท้าซีดเซียวเมื่อถูกน้ำ หรืออากาศเย็น นอกจากนี้อาจพบผมร่วง และแผลในปากได้

-อาการทางข้อและกล้ามเนื้อ เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด ส่วนใหญ่เป็นอาการปวดข้อมากกว่าลักษณะข้ออักเสบ มักเป็นบริเวณข้อเล็กๆของนิ้วมือ ข้อมือ ข้อไหล่ ข้อเท้า หรือข้อเข่า เป็นเหมือนๆกันทั้ง 2 ข้าง ร้อยละ 17-45 พบอาการปวดกล้ามเนื้อ

-อาการทางไต ผู้ป่วยบางรายมาพบแพทย์ด้วยอาการทางไตเป็นอาการนำ อาการแสดงที่สำคัญของไตอักเสบจากลูปัส ได้แก่ บวม ปัสสาวะเป็นฟอง ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ ความดันโลหิตสูง

-อาการทางระบบเลือด อาการที่พบได้แก่ อ่อนเพลีย หน้ามืดจากภาวะซีด เม็ดเลือดขาวต่ำ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และเกล็ดเลือดต่ำ อาจพบจุดจ้ำเลือดออกตามตัวได้

-อาการทางระบบประสาท อาการที่พบได้ คือ อาการชักและอาการทางจิต นอกจากนี้อาจมีอาการปวดศีรษะรุนแรง หรือ อาการอ่อนแรงของแขนขา อาจพบได้ในระยะที่โรคกำเริบ

-อาการทางปอดและเยื่อหุ้มปอด อาการที่พบบ่อย คือ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ อาการแสดงคือ เจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเวลาหายใจเข้าสุด ตรวจพบมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด บางรายมีอาการปอดอักเสบ ซึ่งต้องแยกจากปอดอักเสบติดเชื้อ

-อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ที่พบบ่อยคือ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งมักพบร่วมกับเยื่อหุ้มปอดอักเสบ ปู้ป่วยจะมาด้วยอาการเจ็บหน้าอก มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ เหนื่อยง่าย โรคหลอดเลือดหัวใจส่วนใหญ่ เป็นผลมาจากภาวะหลอดเลือดแข็ง จากการได้รับยาสเตอรอยด์เป็นระยะเวลานานๆ

นอกจากนี้ภาวะความดันโลหิตสูง ก็เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยจากไตอักเสบเรื้อรัง และจากการได้รับยาสเตอรอยด์

-อาการทางระบบทางเดินอาหาร ไม่มีอาการที่จำเพาะสำหรับโรคลูปัส อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง ซึ่งเป็นผลจากการใช้ยารักษาโรคลูปัส เช่น NSAIDS ยาสเตอรอยด์ อาการยังคงอยู่ได้แม้จะหยุดยาไปเป็นสัปดาห์

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ


เห็ดหลินจือกับโรคเอสแอลอี
โปรตีน Lz-8 ที่ค้นพบในเห็ดหลินจือ (Ling Zhi protien Lz-8) ช่วยปรับรักษาอาการของโรค SLE นอกจากนั้นยังมีสารออแกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) และโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นด้วย



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น