จากการวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีของเห็ดหลินจือ พบว่ามีส่วนประกอบดังนี้ |
||
| ส่วนประกอบ | ประโยชน์ | ปริมาณที่ตรวจพบ |
| น้ำ (Water content) |
ปรับสมดุลย์ในร่างกาย ทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ | 6.90% |
| โปรตีน (Protein) |
ช่วยในการฟื้นตัวของร่างกาย และระบบภูมิต้านทาน | 26.40% |
| ไขมัน (Fat) |
เป็นแหล่งพลังงานสะสมให้กับร่างกาย | 4.50% |
| เส้นใย (Fiber) |
ช่วยในการขับถ่าย | 0.10% |
| คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) |
ให้พลังงานและช่วยสงวนโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด | 43.10% |
| โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) |
สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย | 11.40% |
| แคลเซียม (Calcium) |
บำรุงกระดูกและฟัน | 832 มก./เห็ด 100 กรัม |
| ฟอสฟอรัส (Phosphorus) |
เสริมสร้างกระดูก บำรุงสมอง | 1,030 มก./เห็ด 100 กรัม |
| เหล็ก (Iron) |
องค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง | 82.6 มก./เห็ด 100 กรัม |
| แมกนีเซียม (Magnesium) |
องค์ประกอบสำคัญของกระดูก กล้ามเนื้อและสมอง | 1,030 มก./เห็ด 100 กรัม |
| โซดียม (Sodium) |
ช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทั้งช่วยควบคุมความสมดุลของน้ำ และรักษาความเป็นกรดด่างของร่างกาย | 375 มก./เห็ด 100 กรัม |
| โพแทสเซียม (Potassium) |
ควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกาย | 3,590 มก./เห็ด 100 กรัม |
| วิตามิน บี1 (Thiamine) |
เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ทำให้เกิดพลังงาน | 3.49 มก./เห็ด 100 กรัม |
| วิตามิน บี2 (Riboflavin) |
ความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ | 17.1 มก./เห็ด 100 กรัม |
| วิตามิน บี6 (vitamin B6) |
ช่วยในการทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือด ช่วยรักษาสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ | 0.71 มก./เห็ด 100 กรัม |
| โคลีน (Choline) |
เป็นสารอาหารที่จำเป็น และช่วยในการทำงานของระบบประสาท อาทิเช่น ความจำและการทำงานของกล้ามเนื้อ | 1,150 มก./เห็ด 100 กรัม |
| ไนอาซีน (Niacin) |
ช่วยควบคุมการทำงานของสมองและระบบประสาท ช่วยรักษาสุขภาพของผิวหนัง ลิ้น และเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหาร | 61.9 มก./เห็ด 100 กรัม |
สารสกัดสำคัญที่อยู่ในเห็ดหลินจือ
สารสกัดสำคัญที่อยู่ในเห็ดหลินจือ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีหน้าที่ในการักษา ป้องกันและบรรเทาโรค ได้แก่สารกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) ซึ่งมีสรรพคุณช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยจะกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ให้ทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้มีสรรพคุณในการป้องกันเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ อาทิเช่น เซลล์มะเร็ง เป็นต้น
สารกล่มไตรเทอร์ปิน (Triterpene) มีรสชาติขม มีสรรพคุณ ในการช่วยลดความเครียด และยับยั้งการหลั่งสารฮีสเตมีนของเซลล์ จึงช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ เพิ่มการใช้ออกซิเจนของเซลล์ในร่างกาย และช่วยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสในร่างกาย ยับยั้งการส้รางคอเลสเตอรอลส่วนเกิน กระตุ้นการทำงานของตับให้ดียิ่งขึ้น
สารกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) เช่น Adenosine สารอะดีโนซิน ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด และกระตุ้นการเต้นของหัวใจ และพบว่าระดับสารอะดีโนซีนจะสูงขึ้น ในการที่เราเกิดอาการบาดเจ็บที่สมองหรือไขสันหลัง หรือเมื่อเกิดอาการหน้ามืดเป็นลม แะพบว่าจะช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น และลดการอักเสบของกลุ่มโรค SLE โรคข้อรูมาตอยด์ Rheumatoid ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันปกติ
สารออกานิกเยอร์มาเนียม (organic germanium) เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยในการควบคุมและปรับสมดุลของร่างกาย เพิ่มอัตราการไหลเวีนของเลือดและเพิ่มการนำออกซิเจนไปสู่เซลล์ นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้าง Interferon อินเตอร์เฟรอน ซึ่งช่วยในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแก้ร่างกาย
กรดอะมิโน มีมากมาย ช่วยชะลอความแก่ สมานแผลให้หายเร็ว ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดบำรุงสมองให้ความจำดีขึ้น บรรเทาอาการอ่่อนเพลีย
กรดแกรมมาไลโนเลนิก (Grammar Linolenic Acid -GLA) ระงับอาการปวดประจำเดือน ปวดไมเกรน ช่วยบรรเทาอาการผื่นคันที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ ลดอาการปวดข้อ ปวดกระดูก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น