วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

เห็ดหลินจือกับโรคภูมิแพ้





โรคภูมิแพ้หรือโรคแพ้ (Allergy) หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติ ต่อสิ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ (Allergen) ซึ่งธรรมชาติสารเหล่านี้ อาจไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้กับคนปกติทั่วไป โรคภูมิแพ้เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย เด็กอายุ 5 ถึง 15 ปี มักพบว่ามีอาการภูมิแพ้มากกว่าช่วงวัยอื่นๆ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่โรคแสดงออก หลังจากได้รับ "สิ่งกระตุ้น" มานานเพียงพอ หรือบางคนอาจเริ่มเป็นโรคภูมิแพ้ตอนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

สารที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ในร่างกายที่สำคัญ มีชื่อเรียกว่า "ฮีสตามีน" ฮีสตามีนก่อให้เกิดผลหลายประการอันสืบเนื่องมาจากปฏิกิริยาอักเสบ และปฏิกิริยาภูมิไวเกิน ได้แก่
  1. หลอดเลือดขยายตัว
  2. บวม
  3. เพิ่มการซึมผ่านผนังหลอดเลือด โดยทำให้สารน้ำรั่วออกจากหลอดเลือด เข่ไปอยู่ในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการของปฏิกิริยาภูมิแพ้ เช่น อาการน้ำมูกไหล และน้ำตาไหล
  4. กล้ามเนื้อเรียบหดตัว
  5. อาการคัน
โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาจพบว่าในครอบครัวนั้นมีสมาชิกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หลายคน

ตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) หรือสิ่งกระตุ้น ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง ทางตา ทางหู ทางจมูก หรือโดยการฉีด หรือถูกกัดต่อยผ่านผิวหนัง ตัวการที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มีอยู่รอบตัว สามารถกระตุ้นอวัยวะต่างๆ จนก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น อวัยวะที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ทางลมหายใจ ถ้าสิ่งกระตุ้นผ่านเข้ามาทางลมหายใจ ตั้งแต่รูจมูกลงไปยังปอด ก็จะทำให้เป็นหวัด คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คันคอ เจ็บคอ ไอ มีเสมหะ เสียงแหบแห้ง และลงไปยังหลอดลม ทำให้หลอดลมตีบตัน เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ทางผิวหนังก็เช่นกัน ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางผิวหนัง จะทำให้เกิดผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย

ภูมิแพ้ทางเดินอาหาร ถ้าสิ่งกระตุ้นเขามาทางอาหาร จะทำให้ท้องเสีย อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด เสียไข่ขาวในเลือด อาจทำให้เกิดอาการทางระบบอื่นๆได้ เช่น ลมพิษ หน้าตาบวม ภูมิแพ้ทางตา ถ้ามีสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางตา ก็จะทำให้เกิดอาการแสบตา หนังตาบวม คันตา น้ำตาไหล เป็นต้น

สารก่อภูมิแพ้ซึ่งเป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ ที่มักพบบ่อยๆ ได้แก่ ฝุ่นบ้าน ตัวไรฝุ่นบ้าน มักปะปนอยู่ในฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 มม. มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือเชื้อราที่มักปะปนอยู่ในอากาศ ตามห้องที่มีลักษณะอับชื้น

อาหารบางอย่างจะเป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกอาหารทะเล บางคนที่มีอาการแพ้ก็จะไม่สามารถรับประทานอาหารทะเลได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา อาหารอีกจำพวกที่พบได้บ่อย คือ แมงดาทะเล ปลาหมึก อาจทำให้เกิดลมพิษผื่นคันได้ บางคนที่อาจมีอาการแพ้ไข่แมงดาทะเลอย่างรุนแรง ก็อาจทำให้มีอาการบวมตามตัว หายใจติดขัด เป็นต้น

อาหารที่เป็นตัวการของภูมิแพ้อีกชนิด คือ อาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักกาดดอง เต้าเจี้ยว น้ำปลา เป็นต้น บางคนอาจมีอาการแพ้เห็ด ซึ่งจัดว่าเป็นราขนาดใหญ่ บางคนแพ้ไข่ขาว อาจทำให้เกิดอาการคันบนใบหน้าได้ นอกจากนั้นยังมียาที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อยๆ ซึ่งได้แก่ ยาปฏิชีวนะจำพวก เพนนิซิลลิน เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีพวกยาลดไข้แก้ปวด พวกแอสไพริน ยาระงับปวดข้อปวดกระดูก อาจทำให้เกิดลมพิษผื่นคัน จองผิวหน้าพวกเซรุ่มหรือวัคซีนป้องกันโรค โดยเฉพาะวัคซีนสกัดจากเลือดม้า เช่น เซรุ่มต้านพิษงู แพ้พิษสุนัขบ้า เป็นต้น

แมลงต่างๆ ที่มักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ก็เป็นที่มาของอาการภูมิแพ้ เช่น แมลงสาบ แมงมุม มด ยุง ปลวก และแมลงที่อาศัยอยู่นอกบ้าน เช่น ผึ้ง แตน ต่อ มดนานาชนิด เป็นต้น หรือจะเป็นจำพวกเกสรดอกหญ้า ดอกไม้ ตอกข้าว วัชพืช สิ่งเหล่านี้มักปลิวอยู่ในอากาศตามกระแสลม ซึ่งสามารถพัดลอยไปได้ไกลๆ ลอยอยู่ในอากาศ และง่ายต่อการสูดดมเข้าไป

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ คือ ขนสัตว์เลี้ยง เป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ เช่น ขนแมว ขนสุนัข ขนนก ขนเป็ด ขนกระต่าย ขนไก่ที่ตากแห้งใช้ยัดที่นอน และหมอนสำหรับหนุน ฟองน้พ ยางพารา ใยมะพร้าว เมื่อใช้ไปนานก็จะสามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือกับโรคภูมิแพ้
การรักษาภูมิแพ้นั้นต้องยับยั้งไม่ให้ร่างกายผลิตสารฮีสตามีน (Histsmine) ออกมา อาการแพ้ก็จะไม่ปรากฎ โดยสารในเห็ดหลินจือที่สามารถยับยั้งการผลิตฮิสตามีนได้ คือ สารโพลีแซ็กคาไรด์ และสารไตรเทอร์ปินอยด์เป็นสารที่มีรสขม ส่วนใหญ่อยู่ที่ดอกและก้าน มีกรดกาโนเดริกออกฤทธิ์ยับยั้งของสารฮีสตามีน ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ นอกจากนั้นยังมีกรดไขมันโอเลอิก และไซโคลอ๊อกตาซัลเฟอร์ในเห็ดหลินจือ ยังช่วยต้านการหลั่งของฮีสตามีน ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ เมื่อร่างกายไม่มีการผลิตฮิสตามีน หรือมีการผลิตน้อยลง อาการภูมิแพ้ก็จะทุเลาลงด้วยเช่นกัน



วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

เห็ดหลินจือกับโรคความดันโลหิตสูง





ความดันโลหิตสูง คือ อาการที่ความดันในหลอดเลือดแดง ที่เกิดจากหัวใจบีบตัวส่งเลือด ผ่านหลอดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย จะให้ค่าความดันโลหิต 2 ค่า คือค่าความดันโลหิตตัวบนและค่าความดันโลหิตตัวล่าง ในบุคคลทั่วไป ค่าความดันโลหิตตัวบนจะมีค่าประมาณ 120 มิลลิเมตรปรอท และค่าความดันโลหิตตัวล่างมีค่าประมาณ 120/80

ซึ่งโดยทั่วไปนั้นค่าความดันโลหิตของมนุษย์จะไม่คงที่อยู่ตลอดเวลา เช่น หลังจากการออกกำลังกายอย่างหักโหม การใช้แรงงานหนัก หรือในขณะที่่ร่างกายมีความตื่นเต้นตกใจ ค่าความดันโลหิตก็จะสูงเพิ่มขึ้นกว่าสภาวะปกติได้ แต่หลังจากได้พักหลังออกกำลังกาย หรือหายจากภาวะตื่นเต้นตกใจแล้ว ค่าความดันโลหิตก็จะลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้

โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบได้บ่อยในยุคสมัยปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ที่มีอาการ ของโรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ เมื่อรู้ตัวว่าเป็นแล้ว ส่วนมากก็จะไม่ได้รับการดูแลรักษา ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องมาจากไม่มีอาการ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจ เมื่อเริ่มมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อนแล้ว จึงเริ่มจะสนใจและรักษา ซึ่งบางครั้งก็อาจทำให้ผลการรักษาไม่ได้ดีเท่าที่ควร


ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง อาจจะไม่มีอาการใดๆเลย หรืออาจจะพบว่ามีอาการปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ และเหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจมีอาการแน่นหน้าอกหรือนอนไม่หลับ และความดันโลหิตสูง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ 2 กรณีด้วยกัน คือ
  • กรณีที่ 1 ภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงโดยตรง ได้แก่ ภาวะหัวใจวาย หรือหลอกเลือดในสมองแตก
  • กรณีที่ 2 ภาวะแทรกซ้อนจากหลอดเลือดแดงตีบหรือตัน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ หลอดเลือดสมองตีบ เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือหลอดเลือดแดงในไตตีบมาก ถึงขั้นไตวายเรื้อรังได้
ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ


เห็ดหลินจือกับความดันโลหิตสูง
อาการหน้ามืดตาลาย หูอื้อ ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย อาการที่กล่าวมานี้ ล้วนเกิดจากการผิดปกติของหลอดเลือด ที่ไม่สามารถนำเอาออกซิเจน ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายได้เพียงพอ เมื่อรับประทานเห็ดหลินจือ ซึ่งมี สารออร์แกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) จำนวนมากเพียงพอ ที่จะฟื้นฟูอวัยวะที่ขาดออกซิเจนได้ สารออแกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) ในเห็ดหลินจือ จะช่วยดึงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า

สารออร์แกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) จะช่วยปรับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะสมดุล สารไตรเทอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ช่วยลดความดันโลหิต ทำให้การไหลเวียนโลหิตในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ นอกจากนั้นยังช่วยระบบการย่อย ส่งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดคลอเสรเตอรอลและไขมัน ช่วยล้างพิษในตับ

เห็ดหลินจือกับโรคตับ





โรคตับ

โรคตับ เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีอันตรายต่อร่างกายและชีวิต จึงควรให้ความใส่ใจ และระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะโรคตับเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง โดยเป็นภาวะที่มีการอักเสบและทำลายเซลล์ตับ ส่งผลใ้การทำงานของตับผิดปกติ เราจะกล่าวถึงโรคตับอักเสบชนิดเฉียบพลันที่พบบ่อย คือ โรคไวรัสตับอักเสบเอ และโรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคตับที่เป็นไม่นานก็สามารถหายสู่ปกติได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการประมาณ 2-3 สัปดาห์ และมักจะไม่เกิน 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายขาด แต่มีบางรายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายรุนแรงถึงกับเสียชีวิต

โรคไวรัสตับอักเสบเอ

โรคตับอักเสบเอ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งติดต่อมาจาการรับประทานอาหาร หรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อนี้ การสัมผัสอุจจาระของผู้ป่วย ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ การรับประทานอาหารปรุงสุกๆดิบๆและไม่สะอาด ทั้งนี้เชื้อไวรัสนี้จะออกมากับอุจจาระของผู้ป่วย ตั้งแต่ในระยะ 2 สัปดาห์ และเชื้อไวรัสนี้ยังสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน ในสภาพแวดล้อมทั่วไป เรามักจะพบการระบาดของโรคชนิดนี้ ในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น หอพัก โรงเรียน ค่ายทหาร เป็นต้น

หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 4 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดท้องด้านชายโครงขวา ซึ่งในผู้ใหญ่จะมีอาการหนักกว่าเด็ก

นอกจากนั้นยังมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง และสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย จะมีภาวะเสี่ยงที่จะติดเชื้อค่อนข้างสูง

โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี เกิดจาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี พบบอ่ยในช่วงอายุ 20-45 ปี และสามารถพบเชื้อนี้ได้จากเลือด และสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี เช่น น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด นำ้ลาย ดังนั้นแล้วคุณอาจจะติดเชื้อได้หลายทาง เช่น ทางเพศสัมพันธ์ จากแม่สู่ลูกระหว่างคลอดบุตร การสัมผัสเลือดที่มีเชื้อจากการให้เลือด และจากบาดแผลที่โดนของมีคม เช่นการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การฝังเข็ม การสัก การเจาะหูที่ไม่สะอาด และการใช้มีดโกนร่วมกัน หรือไม่สะอาด

สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ อาจปวดท้องบริเวณชายโครงขวา ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มผิดปกติ เหล่านี้จะเป็นอาการขั้นแรกๆ และบางรายอาจจะมีอาการปวดตามบริเวณข้อ จากนั้นอาการไข้จะเริ่มหายไป และผู้ป่วยจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง นชยากน้อยต่างกันไป ต่อมาอาการตาเหลือง ตัวเหลือง จะค่อยๆหายไป เริ่มกลับมารับประทานอาหารได้มากขึ้นและเริ่มฟื้นตัว โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการประมาณ 2-3 เดือน

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือกับโรคตับ

ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก หน้าที่ที่สำคัญ คือ เป็นแหล่งเก็บพลังงาน และเป็นด่านแรกที่ทำลายสารพิษที่ร่างกายได้รับจากอาหารหรือยาที่รับประทาน เห็ดหลินจือบำรุงเซลล์ตับ ไม่เป็นพิษต่อตับ ช่วยลดความเสี่ยงของร่างกาย หรือตับจากไวรัสตับอักเสบจนถึงมะเร็งตับ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพลัง เพราะตับสามารถเก็บพลังงาน ในรูปของไกลโคเจน (Glycogen) ได้มากขึ้น เมื่อปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดลดลง หรือร่างกายขาดสารอาหาร ตับจะเปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคส ซึ่งเป็นนำ้ตาลที่มีอยู่ในอาหารทั่วไป พบมากในผักและผลไม้สุก เป็นน้ำตาลที่สลายให้พลังงาน มากที่สุดในสิ่งมีชีวิต ซึ่งในการเปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคสนั้น ด็เพื่อให้พลังงานแก่ร่างกายนั่นเอง

เห็ดหลินจือ ช่วยบำรุงตับ ฟื้นฟูการทำงานของตับ กระตุ้นการเกิดเซลล์ที่ตายไป และเห็ดหลินจือช่วยปรับภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ทำงานผิดเพี้ยน และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง รวมไปถึงเห็ดหลินจือ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ดี สามารถขจัดสารอนุมูลอิสระ เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติที่ช่วยรักษาโรคตับแข็งได้ ก็เพราะเห็ดหลินจือช่วยทำให้ใยแผลเป็นที่ตับคลายตัว ไม่รัดเส้นเลือดและเนื้อเยื่อที่ตับ มีการศึกษาพบว่าภายในเห็ดหลินจือ มีสารสำคัญทางยาที่ใช้รักษาโรคตับ คือ สารโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharides)

มีสรรพคุณทางยาในการปรับปรุงการทำงานของตับ ปกป้องตับจากสารพิษ โดยแสดงฤทธิ์ยับยั้งสารพิษไม่ให้ทำลายเซลล์ตับ รวมถึงช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น

นอกจากนั้นกลุ่ม สารไตรเทอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ในเห็ดหลินจือ มีฤทธิ์การปกป้อง บำรุง และรักษาโรคไต ประกอบด้วย กรดกาโนเดอริก (Ganoderic acid) และ กรดลูซิเดนิก (Lucidenic acid) พบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านสารพิษที่มีต่อตับ และยับยั้งดารเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในตับ ได้กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว

รวมถึง สารออแกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) ในเห็ดหลินจือ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยรักษามะเร็งที่ตับได้ กลุ่มสารที่กล่าวมาล้วนเป็นตัวรักษาที่ดีทีเดียว เช่นเดียวกับตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง ดังที่หมอจีนโบราณนั้น พูดเป็น้สียงเดียวกันว่า หลินจือ เป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นในการ บำรุงตับ เมื่อบำรุงตับให้แข็งแรงแล้ว ย่อมแน่นอนว่าอาการที่ตับ จะฟื้นตัวและมีโอกาสหายเป็นปกติ

เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง





โรคมะเร็ง คือ กลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ ที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็ว และมากกว่าปกติทั่วไป
ดังนั้นจึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ และใที่สุดก็จะทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้น เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะการเจริญเติบโตของหลอดเลือด ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ในอวัยวะใด ก็จะเรียกชื่อตามอวัยวะนั้น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

มะเร็งที่พบในร่างกายมนุษย์ มีมากว่า 100 ชนิด ซึ่งมะเร็งแต่ละชนิดนั้นจะมีช่วงเวลาในการดำเนินโรคที่รุนแรงต่อกัน รวมถึงการรักษาที่จะยากหรือง่ายหรือง่าย ขึ้นอยู่กับเวลาในการดำเนินโรคของมะเร็ง และสภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง

การพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง มีได้ 4 วิธี คือ
  1. โดยทางกระแสเลือด (หลุดเข้ากระแสเลือด แล้วไปเจริญเติบโตในอวัยวะต่างๆ เช่น ปอด ตับ กระดูก สมอง เป็นต้น) 
  2. กระแสน้ำเหลือง (หลุดเข้าหลอดน้ำเหลือง แล้วไปเจริญเติบโตในต่อน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง หรือที่อยู่ห่างไกลออกไป และสามารถแพร่กระจายเขาไปสู่หลอดเลือดอีกทีหนึ่ง)
  3. การฝังตัวของเซลล์มะเร็ง (หลุดแล้วตกไปงอกตรงส่วนที่มีเซลล์มะเร็งตกอยู่)
  4. การแพร่กระจายแทรกตัวไปตาม พื้นผิวอวัยวะภายในที่เป็นมะเร็ง และอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
สาเหตุที่แท้จริงของโรคมะเร็ง ในปัจจุบันนั้นยังไม่สามารถที่จะระบุได้อย่างชัดเจน แต่มีข้อมูลวิจัย ที่สนับสนุนว่า โรคมะเร็งเกิดจากสาเหตุหลายๆอย่างรวมกัน เช่น สาเหตุภายในร่างกายเอง (เชื้อชาติ พันธุกรรม เพศ อายุ เป็นต้น) สาเหตุจากภายนอกร่างกาย (แสงอาทิตย์ บุหรี่ สุรา เป็นต้น) หรืออาจเกิดจากการอักเสบ ติดเชื้อเรื้อรังเวลานาน หรือเกิดจากฮอร์โมนที่มีผลต่อการเกิดเป็นมะเร็งในร่างกาย โดยจะพบค่าฮอร์โมนผิดปกติเมื่อเป็นโรคมะเร็ง

อาการบ่งชี้ว่า อาจจะเป็นโรคมะเร็งมี 7 อาการเบื้องต้น ได้แก่
  • มีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยหรือกลืนอาหารลำบาก มีอาการเบื่ออาหาร ผอมลง น้ำหนักลด
  • ไฝหรือหูดที่เปลี่ยนรูปร่าง สี เช่น มีสีดำขึ้น หรือโตเร็วอย่างเห็นได้ชัด แตกเป็นแผล เป็นต้น
  • อุปนิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ท้องผูกสลับ ท้องเสีย มีมูกเลือดปนมากับอุจจาระ
  • เป็นแผลเรื้อรังไม่หาย
  • มีเลือดหรือสารเหลว ออกมาจากที่ใดก็ตามที่ผิดปกติ เช่น ตกขาวมาก ระดูออกมากผิดปกติ
  • เต้านมหรือที่อื่นๆ ปรากฏมีก้อนหรือตุ่มขึ้นมา
  • มีเสียงแหบหรือไอเรื้อรัง ที่หาสาเหตุไม่ได้
  • ถ้าหากปรากฏอาการดังข้างต้น ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษา เพื่อไม่ให้เชื้อมะเร็งลุกลามจนถึงระยะอันตรายต่อชีวิต

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง

เห็ดหลินจือ สามารถต้านทานโรคมะเร็งได้ดี เพราะว่าในเห็ดหลินจือมีสารที่เรียกว่า โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งจัดเป็นสารสำคัญทางเภสัชวิทยา ทีใช้ในการรักษามะเร็ง สารโพลีแซคคาไรด์ มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และกำจัดอนุมูลอิสระ ออกจากร่างกาย เนื่องจาก อนุมูลอิสระเป็นต้นเหตุของโรคมะเร็ง

อนุมูลอิสระที่มีมากเกินไปนั้น นอกจากก่อมะเร็งแล้ว ยังเป็นต้นตอของอีกหลายโรค ตามปกติในร่างกายของเรา จะสามารถสร้างสารต้าอนุมูลอิสระ ได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น สารที่ว่านั้นก็อาจทำงานได้น้อยลง จึงจำเป็นต้องอาศัยสารต้านมะเร็ง ที่ได้จากการรับประทานเสริมเข้าไป ดังเช่น โพลีแซ็กคาไรด์ ในเห็ดหลินจือ ดังที่กล่าว
นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว สารโพลีแซคคาไรด์ ยังช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว เพื่อกำจัดเชื้อโรคต่างๆในร่างกาย สารโพลีแซคคาไรด์ ตามปกติจะพบในอาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรต แต่ก็พบในเห็ดหลินจือมากด้วยเช่นกัน

โดยเห็ดหลินจือแดง จะช่วยป้องกันมะเร็ง 4 แนวทางหลักด้วยกัน คือ เห็ดหลินจือใช้เป็นอาหารเสริม ลดอาการข้างเคียง จากการบำบัดด้วยสารเคมี หรือจากการฉายแสงในการรักษาโรคมะเร็ง กระตุ้นร่างกายให้สดชื่นแจ่มใส อวัยวะและระบบต่างๆในร่างกาย ทำงานเป็นปกติ และที่สำคัญคือ ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง ทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น และทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ป้องกันการเกิดใหม่ของมะเร็ง ลดปัจจัยเสี่ยงของมะเร็ง นอกจากนั้นการรับประทานเห็ดหลินจือ จะทำให้ช่วยบำรุงร่างกาย นอนหลับสบาย ลดความกังวล บรรเทาอาการปวดต่างๆ

เห็ดหลินจือต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ

สรรพคุณของเห็ดหลินจือกับอวัยวะต่างๆ

เห็ดหลินจือกับหัวใจ 

  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดหัวใจ ปรับการเต้นผิดปกติของหัวใจ
  • ป้องกันการขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อหัวใจ
  • ลดไขมันในเลือด (คลอเรสเตอรอล) จึงสามารถรักษษโรคหลอดเลือด โรคไขมันในโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง และโรคเส้นเลือดหัวใจอื่นๆ อีกด้วย

เห็ดหลินจือกับม้าม

  • ระงับประสาท สามารถผ่อนคลายประสาทที่ตึงเครียด
  • ป้องกันเนื้อเยื่อในกระเพาะแตก ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก
  • รักษาโรคกระเพาะเรื้อรัง โรคท้องร่วง ท้องผูกและลดกรด
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของลำไส้และกระเพาะอาหาร

เห็ดหลินจือกับปอด

  • ระงับอาการไอ ขับเสมหะ ลดอาการไอ หอบ
  • ทำให้เนื้อเยื่อในปอดเกิดขึ้นใหม่
  • ป้องกันการแพ้อากาศ จึงสามารถรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และอาการหอบหืด
  • เห็ดหลินจือกับตับ
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการขับพิษ
  • สร้างและซ่อมแซมเซลล์ตับใหม่ และเพิ่มประสิทธิ์ภาพการทำงานของตับ

เห็ดหลินจือกับไต

  • ขับปัสสาวะ รักษาอาการปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
  • ไตมีความเกี่ยวข้องกับหู ดังนั้นยังรักษาอาการหูอื้อ หูหนวก
  • ทำให้หลับสบาย รักษาโรคประสาทอ่อนๆได้อีกด้วย


 

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

สารอาหารในเห็ดหลินจือ


จากการวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีของเห็ดหลินจือ พบว่ามีส่วนประกอบดังนี้

ส่วนประกอบ ประโยชน์ ปริมาณที่ตรวจพบ
น้ำ
(Water content)
ปรับสมดุลย์ในร่างกาย ทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ 6.90%
โปรตีน
(Protein)
ช่วยในการฟื้นตัวของร่างกาย และระบบภูมิต้านทาน 26.40%
ไขมัน
(Fat)
เป็นแหล่งพลังงานสะสมให้กับร่างกาย 4.50%
เส้นใย
(Fiber)
ช่วยในการขับถ่าย 0.10%
คาร์โบไฮเดรต
(Carbohydrate)
ให้พลังงานและช่วยสงวนโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด 43.10%
โพลีแซคคาไรด์
(Polysaccharides)
สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย 11.40%
แคลเซียม
(Calcium)
บำรุงกระดูกและฟัน 832 มก./เห็ด 100 กรัม
ฟอสฟอรัส
(Phosphorus)
เสริมสร้างกระดูก บำรุงสมอง 1,030 มก./เห็ด 100 กรัม
เหล็ก
(Iron)
องค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง 82.6 มก./เห็ด 100 กรัม
แมกนีเซียม
(Magnesium)
องค์ประกอบสำคัญของกระดูก กล้ามเนื้อและสมอง 1,030 มก./เห็ด 100 กรัม
โซดียม
(Sodium)
ช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทั้งช่วยควบคุมความสมดุลของน้ำ และรักษาความเป็นกรดด่างของร่างกาย 375 มก./เห็ด 100 กรัม
โพแทสเซียม
(Potassium)
ควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกาย 3,590 มก./เห็ด 100 กรัม
วิตามิน บี1
(Thiamine)
เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ทำให้เกิดพลังงาน 3.49 มก./เห็ด 100 กรัม
วิตามิน บี2
(Riboflavin)
ความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ 17.1 มก./เห็ด 100 กรัม
วิตามิน บี6
(vitamin B6)
ช่วยในการทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือด ช่วยรักษาสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ 0.71 มก./เห็ด 100 กรัม
โคลีน
(Choline)
เป็นสารอาหารที่จำเป็น และช่วยในการทำงานของระบบประสาท อาทิเช่น ความจำและการทำงานของกล้ามเนื้อ 1,150 มก./เห็ด 100 กรัม
ไนอาซีน
(Niacin)
ช่วยควบคุมการทำงานของสมองและระบบประสาท ช่วยรักษาสุขภาพของผิวหนัง ลิ้น และเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหาร 61.9 มก./เห็ด 100 กรัม

 

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ

สารสกัดสำคัญที่อยู่ในเห็ดหลินจือ

สารสกัดสำคัญที่อยู่ในเห็ดหลินจือ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีหน้าที่ในการักษา ป้องกันและบรรเทาโรค ได้แก่

สารกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) ซึ่งมีสรรพคุณช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยจะกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ให้ทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้มีสรรพคุณในการป้องกันเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ อาทิเช่น เซลล์มะเร็ง เป็นต้น

สารกล่มไตรเทอร์ปิน (Triterpene) มีรสชาติขม มีสรรพคุณ ในการช่วยลดความเครียด และยับยั้งการหลั่งสารฮีสเตมีนของเซลล์ จึงช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ เพิ่มการใช้ออกซิเจนของเซลล์ในร่างกาย และช่วยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสในร่างกาย ยับยั้งการส้รางคอเลสเตอรอลส่วนเกิน กระตุ้นการทำงานของตับให้ดียิ่งขึ้น

สารกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) เช่น Adenosine สารอะดีโนซิน ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด และกระตุ้นการเต้นของหัวใจ และพบว่าระดับสารอะดีโนซีนจะสูงขึ้น ในการที่เราเกิดอาการบาดเจ็บที่สมองหรือไขสันหลัง หรือเมื่อเกิดอาการหน้ามืดเป็นลม แะพบว่าจะช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น และลดการอักเสบของกลุ่มโรค SLE โรคข้อรูมาตอยด์ Rheumatoid ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันปกติ

สารออกานิกเยอร์มาเนียม (organic germanium) เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยในการควบคุมและปรับสมดุลของร่างกาย เพิ่มอัตราการไหลเวีนของเลือดและเพิ่มการนำออกซิเจนไปสู่เซลล์ นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้าง Interferon อินเตอร์เฟรอน ซึ่งช่วยในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแก้ร่างกาย

กรดอะมิโน มีมากมาย ช่วยชะลอความแก่ สมานแผลให้หายเร็ว ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดบำรุงสมองให้ความจำดีขึ้น บรรเทาอาการอ่่อนเพลีย

กรดแกรมมาไลโนเลนิก (Grammar Linolenic Acid -GLA) ระงับอาการปวดประจำเดือน ปวดไมเกรน ช่วยบรรเทาอาการผื่นคันที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ ลดอาการปวดข้อ ปวดกระดูก

ส่วนประกอบของเห็ดหลินจือ


1.เส้นใยของเห็ดหลินจือ เป็นเส้นละเอียดสีขาว เส้นใยหนึ่งๆประกอบด้วยเซลล์หลายเซลล์ มีการแตกสาขาและมีผนังกั้น ถ้าเด็ดเส้นใยไว้นานๆจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและน้ำตาล

2.ดอกเห็ดหลินจือ ประกอบด้วยส่วนของหมวกเห็ดและก้าน ผิวด้านนอกสีแดงหรือสีน้ำตาล แล้วแต่สายพันธุ์ มีแถบเป็นวงกลม ซึ่งมีความกว้างของแถบวงไม่สม่ำเสมอ บางครั้งด้านในของหมวกเห็ดจะมีสีเหลือง หมวกเห็ดมีรูปร่างกลมหรือโต โดยทั่วไปมีขนาด 10-12 ซม. บางครั้งอาจจะใหญ่ได้ถึง 20 ซม. เนื้อเห็ดมีสีขาวหรือขาวนวล ด้านใต้ของหมวกเห็ด จะมีลักษณะเป็นหลอดดูคล้ายรูฟองน้ำ ก้านเห็ดมีลักษณะกลม อยู่ติดกับหมวกเห็ด ทางด้านในยาว 10 ซม. กว้าง3-4 ซม. มีสีเดียวกับหมวกเห็ด

3.สปอร์เห็ดหลินจือ มีลักษณะเป็นรูปไข่ เป็นรูเล็กอยู่ใต้หมวกดอก มีสีแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดหรือสายพันธุ์

ถั่งเช่าผสมเห็ดหลินจือ